2558-06-15

๒๖ บทพิจารณาสังขาร


(ทุกเวลาทำวัตรเช้าและเวลาเข้านอน)

สัพเพ สังขารา อะนิจา
สังขารคือร่างกายจิตใจ แลรูปธรรม นามธรรม ทั้งหมดทั้งสิ้น มันไม่เที่ยง เกิดขึ้นแล้วดับไป มีแล้วหายไป

สัพเพ สังขารา ทุกขา
สังขารคือร่างกายจิตใจ แลรูปธรรม นามธรรม ทั้งหมดทั้งสิ้น มันเป็นทุกข์ทนยาก เพราะเกิดขึ้นแล้ว แก่ เจ็บ ตายไป

สัพเพ ธัมมา อะนัตตา
สิ่งทั้งหลายทั้งปวง ทั้งที่เป็นสังขาร แลมิใช่สังขาร ทั้งหมดทั้งสิ้น ไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตน ไม่ควรถือว่าเรา ว่าของเรา ว่าตัวว่าตนของเรา

<<<<<>>>>>

อะธุวัง ชีวิตัง
ชีวิตเป็นของไม่ยั่งยืน

ธุวัง มะระณัง
ความตายเป็นของยั่งยืน

อะวัสสัง มะยา มะริตัพพัง
อันเราจะพึงตายเป็นแท้

มะระณะปะริ โยสานัง เม ชีวิตัง
ชีวิตของเรา มีความตาย เป็นที่สุดรอบ

ชีวิตัง เม อะนิยะตัง
ชีวิตของเรา เป็นของไม่เที่ยง

มะระณัง เม นิยะตัง
ความตายของเรา เป็นของเที่ยง

วะตะ
ควรที่จะสังเวช

อะยัง กาโย
ร่างกายนี้

อะจิรัง
มิได้ตั้งอยู่นาน

อะเปตะวิญญโณ
ครั้นปราศจากวิญญาณ

ฉุฑโฑ
อันเขาทิ้งเสียแล้ว

อะธิเสสะติ
จักนอนทับ

ปะฐะวิง
ซึ่งแผ่นดิน

กะลังคะรัง อิวะ
ประดุจดังว่าท่อนไม้ และท่อนฟืน

นิรัตถัง
หาประโยชน์มิได้

๒๕ ปัจฉิมพุทโธวาทปาฐะ

เสียงพระสวด


เสียงอ่านผู้หญิง

(หันทะมะยัง ปัจฉิมะพุทโธวาทะปาฐัง ภะณามะ เส)
ขอเชิญ เราทั้งหลาย จงสวดพระโอวาทครั้งสุดท้ายของพระพุทธเจ้าเถิด

หันทะทานิ ภิกขะเว อามันตะยามิ โว
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัดนี้ เราขอเตือนท่านทั้งหลายว่า

วะยะธัมมา สังขารา
สังขารทั้งหลาย มีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา

อัปปะมาเทนะ สัมปาเทถะ
ท่านทั้งหลาย จงทำความไม่ประมาทให้ถึงพร้อมเถิด

อะยัง ตะถาคะตัสสะ ปัจฉิมา วาจา
นี้เป็นพระวาจามีในครั้งสุดท้าย ของพระตถาคตเจ้า

๒๔ ปฐมพุทธภาสิตคาถา

เสียงพระสวด


เสียงอ่านผู้หญิง

(หันทะ มะยัง ปะฐะมะพุทธะภาสิตะคาถาโย ภะณามะ เส)
ขอเชิญ เราทั้งหลาย จงสวดคาถาที่พระพุทธเจ้าตรัสครั้งแรกเถิด

อะเนกะชาติสังสารัง สันธาวิสสัง อะนิพพิสัง
เมื่อเรายังไม่พบญาณ ได้แล่นท่องเที่ยวไปในสงสารเป็นเอนกชาติ

คะหะการัง คะเวสันโต ทุกขา ชาติ ปุนัปปุนัง
แสวงหาอยู่ซึ่งนายช่างปลูกเรือน คือตัณหาผู้สร้างภพ การเกิดทุกคราว เป็นทุกข์ร่ำไป

คะหะการะกะ ทิฏโฐสิ ปุนะ เคหัง นะ กาหะสิ
นี่แน่ะ นายช่างปลูกเรือน เรารู้จักเจ้าเสียแล้ว เจ้าจะทำเรือนให้เรา ไม่ได้อีกต่อไป

สัพพา เต ผาสุกา ภัคคา คะหะกูฏัง วิสังขะตัง
โครงเรือนทั้งหมดของเจ้า เราหักเสียแล้ว ยอดเรือนเราก็รื้อเสียแล้ว

วิสังขาระคะตัง จิตตัง ตัณ๎หานัง ขะยะมัชฌะคา
จิตของเราถึงแล้วซึ่งสภาพที่อะไรปรุงแต่งไม่ได้อีกต่อไป
มันได้ถึงแล้วซึ่งความสิ้นไปแห่งตัณหา (คือถึงนิพพาน)

๒๓ โอวาทปาติโมกขคาถา

เสียงพระสวด

เสียงอ่านผู้หญิง

(หันทะ มะยัง โอวาทะหาติโมกขะคาถาโย ภะณามะ เส)
ขอเชิญ เราทั้งหลาย จงสวดคาถาโอวาทปาติโมกข์เถิด

สัพพะปาปัสสะ อะกะระณัง
การไม่ทำบาปทั้งปวง

กุสะลัสสูปะสัมปะทา
การทำกุศลให้ถึงพร้อม

สะจิตตะปะริโยทะปะนัง
การชำระจิตของตนให้ขาวรอบ

เอตัง พุทธานะสาสะนัง
ธรรม ๓ อย่างนี้ เป็นคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย

ขันตี ปะระมัง ตะโป ตีติกขา
ขันตี คือความอดกลั่น เป็นธรรมเครื่องเผากิเลสอย่างยิ่ง

นิพพานัง ปะระมัง วะทันติ พุทธา
ผู้รู้ทั้งหลาย กล่าวพระนิพพานว่าเป็นธรรมอันยิ่ง 

นะ หิ ปัพพะชิโต ปะรูปะฆาตี
ผู้กำจัดสัตว์อื่นอยู่ ไม่ชื่อว่าเป็นบรรพชิตเลย

สะมะโณ โหติ ปะรัง วิเหฐะยันโต
ผู้ทำสัตว์อื่นให้ลำบากอยู่ ไม่ชื่อว่าเป็นสมณะเลย

อะนูปะวาโท อะนูปะฆาโต
การไม่พูดร้าย การไม่ทำร้าย

ปาติโมกเข จะ สังวะโร
การสำรวมในปาติโมกข์

มัตตัญญุตา จะ ภัตตัส๎มิง
ความเป็นผู้รู้ประมาณในการบริโภค

ปันตัญจะ สะยะนาสะนัง
การนอน การนั่ง ในที่อันสงัด

อะธิจิตเต จะ อาโยโค
ความหมั่นประกอบในการทำจิตให้ยิ่ง

เอตัง พุทธานะสาสะนัง
ธรรม ๖ อย่างนี้ เป็นคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย

๒๒ ธัมมคารวาทิคาถา


(หันทะ มะยัง ธัมมะคาระวาทิคาถาโย ภะณามะ เส)
ขอเชิญ เราทั้งหลาย จงสวดคาถาแสดงความเคารพพระธรรมเป็นอาทิเถิด

เย จะ อะตีตา สัมพุทธา     เย จะ พุทธา อะนาคะตา
โย เจตะระหิ สัมพุทโธ     พะหุนนัง โสกะนาสะโน
พระพุทธเจ้าบรรดาที่ล่วงไปแล้วด้วย ที่ยังไม่มาตรัสรู้ด้วย 
และพระพุทธเจ้าผู้ขจัดโศกของมหาชนในกาลบัดนี้ ด้วย

สัพเพ สัทธัมมะคะรุโน     วิหะริงสุ วิหาติ จะ
อะถาปิ วิหะริสสันติ     เอสา พุทธานะธัมมะตา
พระพุทธเจ้าทั้งปวงนั้น ทุกพระองค์ เคารพพระธรรม
ได้เป็นมาแล้วด้วย กำลังเป็นอยู่ด้วย และจักเป็นด้วย
เพราะธรรมดา ของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย เป็นเช่นนั้นเอง

ตัส๎มา หิ อัตตะกาเมนะ     มะหัตตะมะภิกังขะตา
สัทธัมโม คะรุกาตัพโพ     สะรัง พุทธานะสาสะนัง
เพราะฉะนั้น บุคคลผู้รักตน หวังอยู่เฉพาะพระคุณเบื้องสูง เมื่ระลึกได้ 
ถึงคำสั่งสอนของพระพุทธจ้าอยู่ จงทำความเคารพพระธรรม

นะ หิ ธัมโม อะธัมโม จะ     อุโภ สะมะวิปากิโน
ธรรม และอะธรรม จะมีผลเหมือนกันทั้งสองอย่าง หามิได้

อะธัมโม นิระยัง เนติ     ธัมโม ปาเปติ สุคะติ
อะธรรม ย่อมนำไปนรก ธรรม ย่อมนำไปให้ถึงสุคติ

ธัมโม หะเว รักขะติ ธัมมะจาริง
ธรรมแหละ ย่อมรักษา ผู้ประพฤติธรรมเป็นนิจ

ธัมโส สุจิณโณ สุขะมาวะหาติ
ธรรมที่ประพฤติดีแล้ว ย่อมนำสุขมาให้ตน

เอสานิสังโส ธัมเม สุจิณเณ
นี่เป็นอานิสงส์ ในแธรรมที่ตนประพฤติดีแล้ว

๒๑ ภัทเทกรัตตคาถา


(หันทะ มะยัง ภัทเทกะรัตตะคาถาโย ภะณามะ เส)
ขอเชิญ เราทั้งหลาย จงสวดคาถาว่าด้วยผู้มีราตรีเดียวเจริญเถิด

อะตีตัง นาน๎วาคะเมยยะ นัปปะฏิกังเข อะนาคะตัง
บุคคลไม่ควรตามคิดถึงสิ่งที่ล่วงไปแล้ว ด้วยอาลัย และไม่พึงพะวงถึงสิ่งที่ยังไม่มาถึง

ยะทะตีตัมปะหีนันตัง อัปปัตตัญจะ อะนาคะตัง
สิ่งเป็นอดีตก็ละไปแล้ว สิ่งเป็นอนาคตก็ยังไม่มา

ปัจจุปปันนัญจะ โย ธัมมัง ตัตถะ ตัตถะ วิปัสสะติ
อะสังหิรัง อะสังกุปปัง ตัง วิทธา มะนุพ๎รูหะเย
ผู้ใดเห็นธรรมอันเกิดขึ้นเฉพาะหน้าในที่นั้นๆ อย่างแจ่มแจ้ง
ไม่ง่อนแง่นคลอนแคลน เขาควรพอกพูนอาการเช่นนั้นไว้

อัชเชวะ กิจจะมาตัปปัง โก ชัญญามะระณัง สุเว
ความเพียรเป็นกิจที่ต้องทำวันนี้ ใครจะรู้ความตาย แม้พรุ้งนี้

นะ หิ โน สังคะรันเตนะ มะหาเสเนนะ มัจจุนา
เพราะการผัดเพี้ยนต่อมัจจุราชซึ่งมีความเสนามาก ย่อมไม่มีสำหรับเรา

เอวังวิหารริมาตาปิง อะโหรัตตะมะตันทิตัง
ตัง เว ภัทเทกะรัตโตติ สันโต อาจิกขะเต มุนิ
มุนีผู้สงบ ย่อมกล่าวเรียก ผู้มีความเพียรอยู่เช่นนั้น ไม่เกียจคร้าน
ทั้งกลางวันกลางคืน ว่า "ผู้เป็นอยู่แม้เพียงราตรีเดียว ก็น่าชม"

๒๐ ภารสุตตคาถา


(หันทะ มะยัง ภาระสุตตะคาถาโย ภะณามะ เส)
ขอเชิญ เราทั้งหลาย จงสวดคาถาพระสูตรว่าด้วยขันธ์ ๕ เป็นของหนักเถิด

ภารา ทะเว ปัญจักขันธา
ขันธ์ทั้งห้า เป็นของหนักเน้อ

ภาระหาโร จะ ปุคคะโล
บุคคลแหละ เป็นผู้แบกของหนักพาไป

ภาราทานัง ทุกขัง โลเก
การแบกถือของหนัก เป็นความทุกข์ ในโลก

ภาระนิกเขปะนัง สุขัง
การสลัดของหนัก ทิ้งลงเสีย เป็นความสุข

นิกขิปิต๎งา คะรุง ภารัง
พระอริยเจ้า สลัดทิ้งของหนัก ลงเสียแล้ว

อัญญัง ภารัง อะนาทิยะ
ทั้งไม่หยิบฉวยเอาของหนักอันอื่น ขึ้นมาอีก

สะมูลัง ตัณ๎หัง อัพพุุย๎หะ
ก็เป็นผู้ถอนตัณหาขึ้นได้ กระทั่งราก

นิจฉาโต ปะรินิพพุโต
เป็นผู้หมดสิ่งปรารถนา ดับสนิทไม่มีส่วนเหลือ